ขอต้อนรับทุกท่านเข้าสู่โลกหนังสือ
ขอต้อนรับทุกท่านเข้าสู่โลกหนังสือ

Ready Website Services

    Home        ประวัตินักเขียน        กระดานข่าว        ห้องหนังสือ        รู้จักกันก่อน        เรื่องน่าอ่าน        บริการห้องสมุด

 

 โครงการหนังสือเดินทาง
สารพันลิ้งค์หนังสือ
หนังสือกับรางวัล
 รางวัลโนเบล
 รางวัลหนังสือดีเด่น2545
 รางวัลซีไรต์
 รางวัลนายอินทร์อะวอร์ด
แวดวงนักเขียน
 คุยกับนักเขียน(พันธ์ทิพย์)
 มจ.อากาศดำเกิง รพีพัฒน์
 อกาธา คริสตี้
 บ้านนักเขียน(ดอกหญ้า)
 มุมนักเขียน(นายอินทร์)
 สนามนักเขียน(ใบหญ้า)
นิตยสาร
 BangkokTimeout
 BYTE
 Cosmo
 ELLE
 PC World
 Vogue
 กินรี
 ขวัญเรือน
 ดิฉัน
 ทีวีพูล
 เธอกับฉัน
 ผู้หญิง
หนังสือขายดี
 ร้านนายอินทร์
 ร้านดอกหญ้า
รวมLink หนังสือจากเว็บดัง
 Link พันธ์ทิพย์
 Link(sanook)
 Link AddAll
หนังสือน่าอ่าน
 หนังสือ100เล่มที่คนไทยควรอ่าน
 หนังสือพระราชนิพนธ์
 ลอร์ดออฟเดอะริงส์(ลองอ่าน)
ร้านหนังสือต่างประเทศ
 1bookstreet
 bookfinder
 BookWire
 Best Book Buy
 BN
 AddAll
 amazon
ร้านหนังสือของไทย
 ศูนย์หนังสือจุฬา
 ร้านหนังสือกฎหมายไทย
 ร้านหนังสือบางกอก
 ร้านเอเซียบุ๊ค
 ร้านนายอินทร์
 ร้านซีเอ็ด
 ร้านดอกหญ้า
สำนักพิมพ์
 Plan Publishing
 คมบาง
 ซัคเซสมีเดีย
 เซเปี้ยน
 ไทยวัฒนาพานิช
 ไทยอินฟอร์เมชั่น
 บงกช
 บูรพัฒน์ คอมมิคส์
 บัณฑิต
 ประพันธ์สาส์น
 โปรวิชั่น
 เพื่อนดี
 ฟิสิกส์เซ็นเตอร์
 แมนกรุพ
 แม็ค
 วิบูลกิจ
 อินโฟเพรส
 อัมรินทร์พริ้นติ้งกรุ๊ป


รู้จักกันก่อน

รู้จักกันก่อน



ที่มาของ www.booksexchange.org
**************************************
สืบเนื่องมาจากบทความหนึ่งในหนังสือพิมพ์"คมชัดลึก"ที่กล่าวว่าคนไทยไม่รักการอ่าน รายละเอียดจากบทความดังกล่าวคือวิกฤติ"คนไทยอ่านน้อย" สนใจสื่อทีวี-อินเตอร์เน็ตมากกว่า
" คนไทยอ่านน้อยเฉลี่ยปีละ 6 บรรทัด"
************************************
ข่าวพาดหัวหน้า 1 หนังสือพิมพ์ไทยสะท้อน! คุณภาพการศึกษาได้ในระดับหนึ่ง แต่จะมีคนไทยซักกี่คนที่ยอมรับข้อเท็จจริงในเรื่องนี้และเชื่อว่าเป็นเรื่องจริง เหตุผลที่สำคัญที่ทำให้คนไทย 62 ล้านคนอ่านน้อย ก็เพราะสังคมไทยเป็นสังคมบอกเล่าเรียนรู้ด้วยการจดจำต่อๆกันมา คนไทยไม่รักการจดบันทึก ไม่สนใจการอ่านแม้คู่มือประกอบสินค้าคนไทยยังไม่อ่าน แต่อาศัยการถามจากคนรอบตัว มากกว่าจะเรียนรู้ด้วยตัวเอง ต่างจากฝรั่งที่เขานิยมการจดบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษร ทำให้เขาอ่านมากกว่าบ้านเรา " ดร.ประพัฒพงศ์ เสนาฤทธิ์ อธิบดีกรมวิชาการผู้เผยข้อมูลคนแรก..................

ครอบครัวควรปลูกฝังค่านิยมรักการอ่านให้กับสมาชิกตัวน้อยๆ ด้วยการอ่านนิทานดีๆ เหมาะกับวัยของน้องๆหนูๆ ก่อนนอนให้เด็กๆฟัง ก่อนที่เวลาของเด็กส่วนใหญ่จะถูกรายการทีวีหรือเกมที่ไม่ประเทืองปัญญาแย่งไปหมด

"รู้สึกว่านักศึกษาจะอ่านน้อยลง บางครั้งสั่งให้ไปอ่านเรื่องนี้มาจะได้อภิปรายกัน นักศึกษาก็ตอบไม่ได้ เพราะไม่ได้อ่านมา จะว่าไปอ่านวิชาอื่นๆ ก็ไม่ใช่เพราะอาจารย์ท่านอื่นก็มาบ่นว่านักศึกษาไม่อ่านมาเหมือนกัน " ผศ.ดร.วารุณี ปัจทมะสังข์ รองคณบดีฝ่ายวิชาการคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวสนับสนุนคนไทยอ่านน้อย

สาเหตุที่บทความดังกล่าวๆว่าคนไทยอ่านน้อยคือ
1. สื่อปัจจุบันมีมากขึ้น เช่นทีวี อินเตอร์เน็ท ที่มีความน่าสนใจมากกว่า
2. เด็กปัจจุบันมีกิจกรรมมากขึ้นเช่น เล่นดนตรี กีฬา เต้นรำ ฯลฯ
3. เด็กหรือนักศึกษาบางคนกล่าวว่าตนเองเป็นคนรักการอ่าน แต่ที่อ่านได้น้อยลงเป็นเพราะหนังสือมีราคาค่อนข้างแพง ทำให้ไม่สามารถอ่านหนังสือได้เนื่องจากขาดกำลังทรัพย์
4. ขาดการส่งเสริมนิสัยการอ่านจากครอบครัว,สถาบันการศึกษาบางแห่ง และภาครัฐบาล

จากบทความดังกล่าว น่าจะเป็นการแสดงให้เห็นว่า การวิจัยที่สรุปว่าคนไทยอ่านน้อยและอ่านเฉลี่ยวันละ 6 บรรทัดนั้น เป็นค่าเฉลี่ยของคนทั้งประเทศ ในขณะที่กลุ่มคนที่รักการอ่านและต้องการอ่านหนังสือดีๆก็ยังมีอยู่

ทีนี้มาดูปัญหาของกลุ่มคนที่เป็นนักอ่านกันบ้าง เราจะพบว่าปัญหาของพวกเขาก็คือ ราคาหนังสือที่ค่อนข้างสูง การขาดการส่งเสริมจากภาครัฐบาลและปัญหาหนังสือขาดแคลน นอกจากนั้นแล้วอยากให้หันกลับมามองดูตลาดหนังสือในบ้านเรากันสักนิด

ตลาดหนังสือในบ้านเราปัจจุบัน มีความหลากหลาย มีผู้คนหลากหลายอาชีพก้าวเข้ามาสู่ถนนนักเขียน เช่น แพทย์ พยาบาล อาจารย์ ครู เภสัชกร นักร้อง นักแสดง นางงาม แม้แต่นักมวย ก็ยังมี

นักเขียนในปัจจุบันบางคนก็ประสพความสำเร็จกลายเป็นนักเขียนเบสส์เซลล์เลอร์ หนังสือขายดิบขายดี ตีพิมพ์ถี่ยิบ ในขณะที่หนังสือคุณภาพของนักเขียนชั้นครู บางเล่มลดราคาแล้วลดราคาอีกก็ไม่มีใครต้องการ ขณะเดียวกันการติดอันดับขายดี พิมพ์ซ้ำถี่ยิบ ก็ไม่ได้รับประกันว่าผลงานของนักเขียนท่านนั้นๆ จะมีคุณภาพ หรือสร้างความสุขให้กับผู้อ่าน

ความสำเร็จของหนังสือบางเล่มนั้นไม่ได้มาจากคุณภาพคับแก้ว แต่มาจากแผนการตลาดอันแยบยล การติดอันดับขายดีของร้านหนังสือแต่ละแห่งก็ไม่ได้รับประกันว่าหนังสือเล่มดังกล่าวนั้นคุ้มค่า คุ้มราคา การพิมพ์ซ้ำครั้งแล้วครั้งเล่า บางฉบับพิมพ์ซ้ำเป็น 10กว่าครั้ง ก็ไม่ใช่ตัวกำหนดว่าขายดี เพราะเราไม่ทราบว่าการพิมพ์ซ้ำแต่ละครั้งมีกี่เล่ม นอกจากนั้นคำพูดติชม หรือสรรเสริญจากนักข่าว นักวิจารณ์ นักเขียนอาวุโส ก็ไม่ใช่หลักรับประกันคุณภาพได้ เพราะเบื้องหลังนั้นเรา(คนอ่าน) ไม่ทราบว่าการชมดังกล่าวมาจากใจจริง หรือมาจากแผนการโมษณาของสำนักพิมพ์



วัตถุประสงค์ของwww.booksexchange.org คือ
1. ให้บริการห้องสมุดทางไปรษณีย์ เพื่อให้บริการยืมหนังสือฟรีแก่สมาชิกที่ต้องการ
2. บริการแลกเปลี่ยนหนังสือ โดยมีอยู่ 2 แบบคือ
2.1 แลกแบบถาวร คือแลกเปลี่ยนหนังสือที่ตนเองมีกับหนังสือของคนอื่นๆ โดยมีเงื่อนไขการแลกเปลี่ยนที่ทั้งสองฝ่ายพอใจ
2.2 แลกกันอ่าน คือต้องการอ่านหนังสือเล่มใดก็แลกกันอ่าน เมื่ออ่านจบแล้วจึงส่งคืนเจ้าของ

3. บริการแนะนำหนังสือ โดยสมาชิกแต่ละคนสามารถแนะนำหนังสือที่ตนเองอ่านแล้วถูกใจ มาให้กับเพื่อนๆคนอื่นๆ ซึ่งการแนะนำเช่นนี้เป็นการแนะโดยไม่มีผลประโยชน์มาเกี่ยวข้อง

4. บริการลิงค์หนังสือพร้อมสื่อสิงพิมพ์และเว็บไซต์อื่นๆ ที่น่าสนใจ

5. ประวัตินักเขียนนักแปล โดยจะคัดเลือกมาลงตามกระแสที่กำลังต้องการซึ่งนักเขียนมีทั้งปัจจุบันและในอดีต

6. เว็บบอร์ด สำหรับสมาชิกเข้ามาแสดงความคิดเห็น

ทั้งนี้สำหรับสมาชิกท่านใดหรือผู้ชมที่แวะเข้ามามีความคิดเห็นหรือต้องการแนะนำหนังสือสามารถส่งมาได้ตามที่อยู่ด้านล่างนี้
ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ







<<Back    Go to รู้จักกันก่อน


views[4547]    

All contents
รู้จักกันก่อน
หนังสือกับรางวัล
warp สังคมรูปแบบใหม่ของเด็กมหาวิทยาลัย
อ่านหนังสือฟรีที่ศุนย์หนังสือจุฬา
 

       Contact Us  
Subject/เรื่อง:  
From/จาก:  
Sender Email/อีเมล์ผู้ส่ง:  
Detail/รายละเอียด:  
       


ส่งเมล์หน้านี้ให้เพื่อน    ตั้งเว็บนี้ เปิดเป็นหน้าแรก
  Home  | ประวัตินักเขียน | กระดานข่าว | ห้องหนังสือ | รู้จักกันก่อน | เรื่องน่าอ่าน | บริการห้องสมุด



booksexchange.org
Copyright (C) 2000-2006 All Rights Reserved