|
รู้จักกันก่อน

ที่มาของ www.booksexchange.org
**************************************
สืบเนื่องมาจากบทความหนึ่งในหนังสือพิมพ์"คมชัดลึก"ที่กล่าวว่าคนไทยไม่รักการอ่าน รายละเอียดจากบทความดังกล่าวคือวิกฤติ"คนไทยอ่านน้อย" สนใจสื่อทีวี-อินเตอร์เน็ตมากกว่า
" คนไทยอ่านน้อยเฉลี่ยปีละ 6 บรรทัด"
************************************
ข่าวพาดหัวหน้า 1 หนังสือพิมพ์ไทยสะท้อน! คุณภาพการศึกษาได้ในระดับหนึ่ง แต่จะมีคนไทยซักกี่คนที่ยอมรับข้อเท็จจริงในเรื่องนี้และเชื่อว่าเป็นเรื่องจริง เหตุผลที่สำคัญที่ทำให้คนไทย 62 ล้านคนอ่านน้อย ก็เพราะสังคมไทยเป็นสังคมบอกเล่าเรียนรู้ด้วยการจดจำต่อๆกันมา คนไทยไม่รักการจดบันทึก ไม่สนใจการอ่านแม้คู่มือประกอบสินค้าคนไทยยังไม่อ่าน แต่อาศัยการถามจากคนรอบตัว มากกว่าจะเรียนรู้ด้วยตัวเอง ต่างจากฝรั่งที่เขานิยมการจดบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษร ทำให้เขาอ่านมากกว่าบ้านเรา " ดร.ประพัฒพงศ์ เสนาฤทธิ์ อธิบดีกรมวิชาการผู้เผยข้อมูลคนแรก..................
ครอบครัวควรปลูกฝังค่านิยมรักการอ่านให้กับสมาชิกตัวน้อยๆ ด้วยการอ่านนิทานดีๆ เหมาะกับวัยของน้องๆหนูๆ ก่อนนอนให้เด็กๆฟัง ก่อนที่เวลาของเด็กส่วนใหญ่จะถูกรายการทีวีหรือเกมที่ไม่ประเทืองปัญญาแย่งไปหมด
"รู้สึกว่านักศึกษาจะอ่านน้อยลง บางครั้งสั่งให้ไปอ่านเรื่องนี้มาจะได้อภิปรายกัน นักศึกษาก็ตอบไม่ได้ เพราะไม่ได้อ่านมา จะว่าไปอ่านวิชาอื่นๆ ก็ไม่ใช่เพราะอาจารย์ท่านอื่นก็มาบ่นว่านักศึกษาไม่อ่านมาเหมือนกัน " ผศ.ดร.วารุณี ปัจทมะสังข์ รองคณบดีฝ่ายวิชาการคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวสนับสนุนคนไทยอ่านน้อย
สาเหตุที่บทความดังกล่าวๆว่าคนไทยอ่านน้อยคือ
1. สื่อปัจจุบันมีมากขึ้น เช่นทีวี อินเตอร์เน็ท ที่มีความน่าสนใจมากกว่า
2. เด็กปัจจุบันมีกิจกรรมมากขึ้นเช่น เล่นดนตรี กีฬา เต้นรำ ฯลฯ
3. เด็กหรือนักศึกษาบางคนกล่าวว่าตนเองเป็นคนรักการอ่าน แต่ที่อ่านได้น้อยลงเป็นเพราะหนังสือมีราคาค่อนข้างแพง ทำให้ไม่สามารถอ่านหนังสือได้เนื่องจากขาดกำลังทรัพย์
4. ขาดการส่งเสริมนิสัยการอ่านจากครอบครัว,สถาบันการศึกษาบางแห่ง และภาครัฐบาล
จากบทความดังกล่าว น่าจะเป็นการแสดงให้เห็นว่า การวิจัยที่สรุปว่าคนไทยอ่านน้อยและอ่านเฉลี่ยวันละ 6 บรรทัดนั้น เป็นค่าเฉลี่ยของคนทั้งประเทศ ในขณะที่กลุ่มคนที่รักการอ่านและต้องการอ่านหนังสือดีๆก็ยังมีอยู่
ทีนี้มาดูปัญหาของกลุ่มคนที่เป็นนักอ่านกันบ้าง เราจะพบว่าปัญหาของพวกเขาก็คือ ราคาหนังสือที่ค่อนข้างสูง การขาดการส่งเสริมจากภาครัฐบาลและปัญหาหนังสือขาดแคลน นอกจากนั้นแล้วอยากให้หันกลับมามองดูตลาดหนังสือในบ้านเรากันสักนิด
ตลาดหนังสือในบ้านเราปัจจุบัน มีความหลากหลาย มีผู้คนหลากหลายอาชีพก้าวเข้ามาสู่ถนนนักเขียน เช่น แพทย์ พยาบาล อาจารย์ ครู เภสัชกร นักร้อง นักแสดง นางงาม แม้แต่นักมวย ก็ยังมี
นักเขียนในปัจจุบันบางคนก็ประสพความสำเร็จกลายเป็นนักเขียนเบสส์เซลล์เลอร์ หนังสือขายดิบขายดี ตีพิมพ์ถี่ยิบ ในขณะที่หนังสือคุณภาพของนักเขียนชั้นครู บางเล่มลดราคาแล้วลดราคาอีกก็ไม่มีใครต้องการ ขณะเดียวกันการติดอันดับขายดี พิมพ์ซ้ำถี่ยิบ ก็ไม่ได้รับประกันว่าผลงานของนักเขียนท่านนั้นๆ จะมีคุณภาพ หรือสร้างความสุขให้กับผู้อ่าน
ความสำเร็จของหนังสือบางเล่มนั้นไม่ได้มาจากคุณภาพคับแก้ว แต่มาจากแผนการตลาดอันแยบยล การติดอันดับขายดีของร้านหนังสือแต่ละแห่งก็ไม่ได้รับประกันว่าหนังสือเล่มดังกล่าวนั้นคุ้มค่า คุ้มราคา การพิมพ์ซ้ำครั้งแล้วครั้งเล่า บางฉบับพิมพ์ซ้ำเป็น 10กว่าครั้ง ก็ไม่ใช่ตัวกำหนดว่าขายดี เพราะเราไม่ทราบว่าการพิมพ์ซ้ำแต่ละครั้งมีกี่เล่ม นอกจากนั้นคำพูดติชม หรือสรรเสริญจากนักข่าว นักวิจารณ์ นักเขียนอาวุโส ก็ไม่ใช่หลักรับประกันคุณภาพได้ เพราะเบื้องหลังนั้นเรา(คนอ่าน) ไม่ทราบว่าการชมดังกล่าวมาจากใจจริง หรือมาจากแผนการโมษณาของสำนักพิมพ์
|