ประวัติ ม.ร.ว. นิมิตรมงคล นวรัตน
***********************************************************
กำเนิด
******
เกิดเมื่อวันที่ 21 เมษายน 2451 ที่จังหวัดนครสวรรค์ เป็นบุตรคนที่ 3 ในจำนวน 8 คน ของ ม.จ ธำรงวรวัฒน์ กับหม่อมสุดใจ
การศึกษา
********
ภายใต้พระอุปถัมภ์ของกรมพระนครสวรรค์วรพินิต ม.ร.ว.นิมิตรมงคล เข้ารับการศึกษาในโรงเรียนนายร้อยทหารบก เจริญรอยตามบิดาและพี่ทั้งสอง โดยเริ่มแต่วัยเด็กในชั้นประถม 1 เมื่อ พ.ศ2460 ขณะนั้นโรงเรียนตั้งอยู่ที่กรมแผนที่ปัจจุบัน ผลการเรียนอยู่ในขั้นดีมาก โดยเฉพาะภาษาอังกฤษ พ.ศ.2470 สอบสำเร็จวิชาในกองโรงเรียนนายร้อยทหารบก ชั้น 6
ประวัติงาน
**********
เริ่มรับราชการเป็นนายทหารประจำการกรมมหาดเล็กพัน 1 เป็นองค์รักษ์ของสมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระนครสวรรค์วรพินิต เสนาบดีกลาโหม จากนั้นถูกส่งไปประจำการที่จังหวัดเพชรบุรี ช่วงนั้นเจ้าคุณเฉลิมอากาศ เจ้ากรมอากาศยาน ได้เปิดหลักสูตรนักบินพิเศษขึ้น ม.ร.ว.นิมิตรมงคลจึงสมัครเรียนศิษย์การบิน ดำรงยศเรืออากาศโทนักบินขับไล่ประจำกองบิน 1 สนามบินโคกกระเทียม ในปี 2475
บ้านพักนายทหารนักบินโคกกระเทียมเงียบเหงาเหมือนหัวเมืองบ้านนอกทั่วไป จึงใช้เวลาว่างอ่านหนังสือและเล่นเทนนิส จนฝีมือดี เมื่อได้รับคำสั่งให้ไปฝึกการบินที่ประจวบคีรีขันธ์ และระหว่างนั้นได้รับคำชักชวนให้ไปร่วมแข่งขันเทนนิสของกรมอากาศยานที่ดอนเมืองในนามสโมสรนักบินโคกกระเทียม จึงนำเครื่องบินไปแวะดอนเมืองก่อนเกิดกบฎบวรเดช เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2476 เพียง 2 วันและถูกกล่าวหาว่าร่วมกบฎ ต้องออกจากประจำการเมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2476 ด้วยศาลพิเศษตัดสินจำคุกคดีกบฎบวรเดช 9 ปี ขณะที่มีอายุ 25 ปี
ระหว่างถูกคุมขังอยู่ในแดนหกเรือนจำบางขวาง ม.ร.ว.นิมิตรมงคล พอใจที่จะสมาคมกับผู้ต้องหานักโทษการเมืองที่เป็นนักคิดนักเขียน จึงได้มีความคิดออกหนังสือเป็นรายสัปดาห์ฉบับหนึ่งชื่อ "น้ำเงินแท้" แจกจ่ายกันอ่านในหมู่เพื่อนฝูง โดยเขียนลงในสมุดปกแข็ง มีภาพหัวเรื่องซึ่งวาดโดยช่างภาพประจำคณะแดนหก นักเขียนประจำมี ม.ร.ว.นิมิตรมงคล สอ เสถบุตร สุโพด พันธุโยธิน จงกล ไกลฤกษ์ ผิวบุศย์ อยู่พรหม นอกจากนี้มีการติดต่อทาบทามนักเขียนชั้นผู้ใหญ่เช่น พระยาศราภัยพิพัฒน์ หลุย คีรีวัต มาร่วมเขียนด้วย หนังสือนี้ออกครั้งละฉบับ แจกจ่ายกันอ่านโดยหมุนเวียนไปตามห้องขังจนทั่ว นอกจากจะมีการเขียนนวนิยายสั้นๆ บทความสั้นๆ บทละครทั้งภาคภาษาไทยและภาษาอังกฤษและคำประพันธ์ต่างๆแล้ว ม.ร.ว.นิมิตรมงคลยังได้สร้างตำราเรียนภาษาอังกฤษโดยวิธีลัด ใช้ทดลองสอนเพื่อนนักโทษด้วยกันและเขียนนวนิยายขนาดยาวเรื่อง"บุญทำกรรมแต่ง" เพื่อแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับลัทธิการเมืองโดยใช้วิธีประพันธ์นิยายเริงรมย์
ท่านได้รับพระราชทานอภัยโทษหลังจากติดคุกการเมืองอยู่ร่วม 5 ปี และตลอด 5 ปีในที่คุมขัง อาสุดใจ บรรยงกะเสนา อดีตข้าหลวงชั้นผู้ใหญ่วังบางขุนพรหม มาส่งเสียเยี่ยมเยียนไม่ได้ขาดและได้ประดิษฐ์ตะกร้าใบใหญ่สำหรับใส่ของมาเยี่ยม เป็นตะกร้ากลปิดเปิดได้โดยใช้ไขควง ใส่หนังสือเล่มใหญ่ได้สบาย จึงเป็นสื่อกลางนำหนังสือต่างๆจากภายนอกเข้ามาและนำหนังสือ "น้ำเงินแท้" และเวลา ต้นฉบับปทานุกรมของ สอ เสถบุตร ออกไปทยอยพิมพ์ได้ และเวลา5 ปีในที่คุมขังหล่อหลอมให้กลับมาเป็นผู้ที่ศึกษาลัทธิการเมืองอย่างแตกฉานในเวลาต่อมา
หลังจากหางานทำอยู่ระยะหนึ่ง ได้เข้าไปทำที่ห้างสยามวาลา โดยไม่ได้เงินเดือนอยู่หลายเดือน จึงลาออกไปเขียนเรื่อง"พรรคการเมืองสยามและต่างประเทศ" ตามคำขอร้องของสำนักพิมพ์แห่งหนึ่ง เนื่องจากรัฐบาลมีดำริที่จะมีนโยบายส่งเสริมสนับสนุนให้มีพรรคการเมืองขึ้น แต่เมื่อเริ่มพิมพ์และโมษณาขาย ตำรวจกลับจับผู้พิมพ์โมษณาไปขัง ในที่สุดสอบสวนและปล่อยตัว ส่วนหนังสือถูกริบหมด ท่านจึงปรารถนาที่จะห่างจากการเมือง จึงเข้ารับราชการที่กรมชลประทาน
ระหว่างรับราชการ ได้รับมอบหมายให้ไปสำรวจคลองไผ่พระ ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาเพื่อพิจารณาสร้างทำนบ ขณะปฏิบัติหน้าที่ได้ถูกตำรวจเชิญตัวไปคุมขัง ณ สถานีตำรวจพระราชวัง สำนักโมษณา และแถลงข่าวว่าตำรวจค้นจดหมายของท่านที่เขียนถวายพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศิริรัตน์บุษบง พระธิดาองค์ใหญ่ของสมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระนครสวรรค์วรพินิต ที่ตำหนักของพระองค์หญิงในวังของหม่อมเจ้าฉัตรมงคล โสณกุล
หลังจากถูกคุมขังอยู่ 2 เดือน จึงถูกนำตัวไปสอบสวน ในการนี้หนังสือเรื่อง"บุญทำกรรมแต่ง" ซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวกับชีวิตนักโทษการเมืองที่ได้รับพระราชทานอภัยโทษ กับความพยายามยึดอำนาจการปกครองของคอมมิวนิสต์ในปี 2482 ถูกนำมาเป็นข้ออ้างในการจับผิดข้อหาล้มล้างรัฐบาล ในที่สุดศาลพิเศษตัดสินจำคุกตลอดชีวิต เมื่อพ.ศ.2481
เมื่อกลับสู่บางขวาง ทำให้ท่านเขียนหนังสือภาษาอังกฤษเรื่อง The Sight of Future Siam และทำให้ท่านถูกเนรเทศไปสู่เกาะเต่า ที่จังหวัดสุราษฏร์ธานี ซึ่งที่นั่นเปรียบเสมือนนรกดีๆนี่เอง เพราะนอกจากไข้ป่าแล้ว ยังได้รับอาหารชนิดเลวอย่างจำกัด การกดขี่ข่มเหง จากผู้คุมด้วยการใช้ให้ทำงานหนัก การกล่าววาจาดูหมิ่นเหยียดหยามสารพัด มีนักโทษการเมืองป่วยไข้ล้มตายไปเป็นจำนวนมาก ตัวท่านเองก็เกือบเอาชีวิตไม่รอดหากท่านสิทธิพร กฤดากร ไม่ประทานยาฉีดหลอดสุดท้ายให้
เมื่อสหประชาชาติมีชัยชนะในสงครามโลกครั้งที่ 2 รัฐบาลจอมพล ป.พิบูลสงครามออกไป นายควง อภัยวงศ์ได้รับการแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ได้มีประกาศพระราชทานกฤษฎีกาอภัยโทษ นักโทษการเมืองถูกปล่อยตัวเป็นอิสระ เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2487 รวมเวลาที่ต้องอยู่ที่เกาะเต่าถึง 3 ปี
ม.ร.ว.นิมิตรมงคล เริ่มต้นชีวิตใหม่ด้วยการค้าขาย แต่ไม่ประสบความสำเร็จ
ปลายปี 2487 ท่านได้เขียนนวนิยาย "ความฝันของนักอุดมคติ " ในภาคภาษาไทยตามโครงเรื่องเดิมในภาษาอังกฤษของ The Sight of Future Siam ที่ถูกทำลายไป และพิมพ์เผยแพร่จนได้รับความชื่นชมจากผู้อ่านอย่างกว้างขวาง ในระยะหลังๆเมื่อมีผู้นำไปพิมพ์ได้ใช้ชื่อ "เมืองนิมิตร"
ม.ร.ว.นิมิตรมงคล ในวัยใกล้ 40 สุขภาพเสื่อมโทรมพระความทุกข์ยากขณะที่ถูกจำคุก แต่ก็ยังได้พบความรักอันมั่นคงกับนางสาวบรรจบพันธ์ สังขดุลย์ และได้รับพระราชทานการสมรสจากเสด็จในกรมขุนชัยนาทนเรนทร ณ วังถนนวิทยุ เมื่อวันศุกร์ที่ 22 สิงหาคม 2490 และหลังจากใช้ชีวิตแต่งงานได้เพียง 7 เดือน ท่านก็ได้สิ้นอายุขัยเมื่อวันที่ 11 เมษายน 2491 ก่อนที่ ม.ล.ชัยนิมิตร นวรัตน บุตรชายคนเดียวจะเกิดเพียง 45 วัน รวมอายุท่าน 39 ปี 11 เดือน กับอีก 20 วัน
นามปากกา
ใช้นามจริง
ผลงาน
นวนิยาย ความฝันของนักอุดมคติ บุญทำกรรมแต่ง
สารคดี ชีวิตแห่งการกบฎสองครั้ง
บทละครภาษอังกฤษ The Emerald'sCleavge รอยร้าวของมรกต
ร้อยกรอง ลิลิตเทวราชพิศภาพบนลานอโศก
By: อ้างอิงจาก 100 นักประพันธ์ไทย
<<Back
Go to ประวัตินักเขียน